กระเป๋าเครื่องสำอางทำเองได้ง่ายๆ

อย่าได้หลงเข้าใจผิดไปว่าภาษากายและวิธีพูดนั้นไม่สำคัญ อัลเบีร์ต เมห์ราเบียน (Albert Mehrabian) นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานวิจัยแห่งยูซแอลเอ (UCLA) ได้ทำการคืกษาในเรื่องการแสดงออกและการลื่อสารได้เขียนไว้ใน หนังสือของเขาซื่อข้อความเงียบ (Silent Messages) เขาได้พบว่าการลื่อ ข้อความด้วยอาก้ปกรํยานั้นมีผลต่อการสนทนาเป็นอย่างมาก นั้าเสียงที่'ใช้ มีความสำคัญรองลงมาเป็นอันดับสอง ส่วนอันดับลามที่มีความสำคัญน้อย กระเป๋า ใส่ เครื่องสำอาง ค์ ขายส่ง     ที่สุดคือก้อยคำที่พูดออกมา

 

วิ

 

ธีการพูดและอากัปกริยาของสตีฟ จ'อบสํ’ ทำให้ผู้ฟังคล้อยตามและ เชื่อมั่นในสถานะผู้นำซองเขา บาร์ค โอบามา (Barack Obama) ประธานาธีบตี ลหร์ฐฯได้เคยกล่าวไว้ว่าบทเรียนที่ดีจากการทำงานเป็นผู้จัดการชุมขนจน

 

 

 

กระทั่งขึ้นมาเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจมากที่สุดของโลกของเขาก็คือ ‘‘จะต้อง แสดงออกว่าปีความเชื่อนั่นตลอดเวลา’’

 

ผู้คนจ้องมองและประเมนตัวคุณอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงเก้าสิบ วินาทีแรกที่เจอกันวิธีพูดและภาษากายของคุณจะบอกให้พวกเขาเถงความ เป็นตัวคุณ ทำให้ผู้ฟังของคุณหมดศรัทธา หรือเกิดความเชอมั่น กระเป๋า ใส่ เครื่องสำอาง ค์ แฟชั่น    หรือจุด ประกายอะไรให้พวกเขาก็ได้ทั้งนั้น สตีฟ จ้อบลั เป็นนักลีอสารที่มีพลังเพราะ เขา

 

 

 

เบน ลไตน์ (Ben Stein) เป็นตัวอย่างที่ดีฃองความน่าเบื่อ จากการ พูดด้วยนั้าเลียงเนับนาบราบเรียบเสมอกันทุกๆ คำ ในภาพยนตร์ เรึ่องกันหยุดของเฟอร์รีส บัวเลอร์ (Ferris Bueller’s Day Off)กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง  ที่ สร้างขึ้นในปี 1988 เบน ลไตน์รับบทเป็นอาจารย์เศรษฐศาสตร์ที่ น่าเบื่อ คำพูดที่ทุกคนจดจำได้จากภาพยนตร์เป็นฉากที่เขาเช็คซื่อ นักคืกษาในชั้นเรียนในกันที่บัวเลอร์ไม่ได้อยู่ในห้อง ด้วยนั้าเลียงที่ แห้งผากและราบเรียบที่สุด ลไตน์ถามหา “บัวเลอร์...? บัวเลอร...?

 

 

 

บัวเลอร์...?" กล้องได้หันไปจับที่เก้าอี้ที่ว่างเปล่า อีกฉากที่สไตน์ อธิบายทฤษฏีเศรษฐศาสตร์อยู่นั้นกล้องได้จับไปยังนักศึกษาที่ กำลังล้อเลียนวิธีพูดของลไตน์อย่างน่าขำ โดยมนักศึกษาคนหนึ่ง ฟุบหน้าไปกับโต๊ะและมีนั้าลายไหลออกมาจากปาก วิธีการลอน ของสไตน์ช่างน่าเบื่อจรืงๆ

 

 

 

หากให้ส1ไตนัมาอ่านคำพูดของสตีฟ จ้อบลัในการนำเสนอแบบ เดียวกับที่เล่นเป็นอาจารย์ในภาพยนตร์แล้ว มันคงเป็นการนำเสนอ ที่ยาวที่สุด และน่าเบื่อที่กระเป๋า ใส่ เครื่องสำอาง น่า รัก สุดในประกัตีศาสตร์วงการธุรกิจอเมรืกัน เลยทีเดียว นี่เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างดีอีกครั้งว่า ถงแม้ว่า คำพูดจะมีความสำคัญก็จรืง แต่วิธีพูดที่ดีเท่านั้นที่จะสร้างความ แตกต่างได้

 

 

 

สตีฟ จ๊อบลั เป็นโชว์แมนชั้นครูทึ่แม่นยำมากบนเวท ทุกการเคลื่อนไหว ทุกการสาธํต ภาพ และสไลด์ ล้วนสอดรับกันอย่างเหมาะเจาะลงตัว เขา ปรากฏตัวออกมาอย่างสบายๆ เชื่อมั่น และทำทุกอย่างได้เหมือนเป็นเรึ๋องง่าย ที่ไม่ต้องพยายามมากเลย อย่างน้อยก็ในลายตาผู้ฟัง กระเป๋า ใส่ เครื่องสำอาง ราคา แต่ความลับคอ : กว่า จะมากึงจุดนี้ไต้จ๊

 

0 Comments

ที่เก็บเครื่องสำอางอย่างดี

ในทางเศรษฐศาสตร์ เราจะเจอคำว่าความต้องการ (Demand) และของที่มี (Supply) ผมขออธิบายการเกิด รัฏรักรจาก'yfงสองคำข้างต้น ต้งนี้

 

ช่วงที่ 1 สมมติในช่วงเวลาท่วไป กระเป๋าเครื่องสำอาง ความต้องการไก่และไก่ที่มีขายในแต่ละรัน ซื้อขายถ้นรัและ 100 ต้ว รับชน ถ้นพอติที่ราคา 10 บาท (ทุกคนมีความสุขที่ราคานี้ ราคานี้อาจจะตํ่ง์โดยผู้ผลิตที่มีต้นทุนไก่ต้วละ 9 บาท ขายที่ราคา ต้วละ 10 บาท อยากขายราคาแพงกว่านี้กิขายไม่ไต้ เพราะคนจะไปซื้อเป็ดแทน)

 

ช่วงที่ 2 ต่อมาอยู่ดีๆ ความต้องการไก่สูงขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตยังไม่ทราบถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้น กิยังผลิต เท่าเติมกิคือ 100 ต้ว ในขณะที่ความต้องการสูงขึ้นกลายเป็น 200 ต้วเข้าไปแล้ว ท่าให้เกิดการแย่งซื้อ ราคาไก่จึงขยับ ขึ้นไปที่ต้วละ 15 บาท ผู้!ผลิตแฮปปีสุดๆ (กำไรเพิ่มขึ้นจากต้วละ 1 บาท เป็นต้วละ 6 บาท กำไรเพิ่มขึ้น 500%)

 

ช่วงที่ ขาย กระเป๋า เครื่องสำอาง 3 ความต้องการที่สูงขึ้น ยังคงอยู่ต่อไปอีกสักระยะ ผู้ผลิตจึงคิดว่าน่าจะผลิตให้มากกว่านี้ในขณะที่ พร้อมๆ ถ้นนั้น ผู้ผลิตเป็ดกิย้ายมาผลิตไก่ด้วย ท่าให้การผลิตเพิ่มขึ้นกลายเป็น 150 ต้ว แต่การที่แย่งถ้นผลิต กิท่าให้ ต้นทุน การผลิต เช่น ลูกเจี๊ยบ ยารัคซีนหรืออาหารไก่ กิเลยราคาสูงขึ้น จากต้วละ 9 บาท กลายเป็นต้วละ 11 บาท ในขณะที่ความต้องการย้งคงทรงต้วในระต้บสูงที่ 200 ต้ว ราคาไก่ถูกขายไปกระเป๋า เครื่องสำอาง ค์ ในราคาต้วละ 12 บาท (กิย้งมีกำไรอยู่นะ) ใน'ช่วงนี้ผู้ผลิตหลายๆ คน เริ่มเจ็บปวดแล้ว โดยเฉพาะรายที่เข้ามาใหม่และไม่ชำนาญ ท่าให้ต้นทุนสูงกว่ารายอื่น

 

ช่วงที่ 4 ความต้องการเริ่มลดลง ใน'ขณะที่ผู้ผลิตไม่ทราบ หรือทราบแต่พยายามมองโลกในแง่ดี ท่าให้ ทุกค'แย้งคงผลิตอยู่ต่อไป ส่งผลให้การผลิตย้งคงอยู่ที่ 150 ต้ว มีหฟ้าซื้า อาจจะมีคนแห่ผลิตแบบเงียบๆ ท่าให้มีผลผลิต แฝงมาอีก 50 ต้ว กลายเป็น 200 ต้วเข้าไปแล้ว ในหากความต้องการยังอยู่ที่ กระเป๋า เครื่องสำอาง ค์ น่า รัก 200 ต้ว ราคาไก่ควรอยู่ที่ต้วละ 10 บาท ปรากฏว่าความต้องการลดลงมาเหลือเพียง 150 ต้ว จึงเกิดการแย่งถ้นขาย ราคาตกลงมาเหลือเพียง 8 บาทขาดทุน ย่อยยับ ความขาดทุนนี้แผ่ซ่านไปกิงผู้ผลิตรัตถุติบเลี้ยงไก่ นั้งแต่ลูกเจี๊ยบ ยารัคซีน ไปจนกระทงอาหารไก่อีกด้วย

 

ช่วงที่ 5 ความต้องการกล้บสู่สภาวะปกติ ทุกคนเจ็บปวด ผู้ผลิตไก่อาจจะต้องยอมขายไก่ที่ราคาต้วละ 7-8 บาท ในขณะที่ต้นทุนลอตนี้อยู่กระเป๋า เครื่องสำอาง ค์ baviphat ที่ต้วละ 11 บาท รัตถุติบเลี้ยงไก่ นั้งแต่ลูกเจี๊ยบ ยารัคซีน ที่ไต้ท่าการผลิตสินค้าของ ติวเองเพิ่ม ต่างกิเจ็บต้วไปด้วยจากวงจรนี้ จำเป็นต้องขายลดราคาลงเพื่อให้สินค้าขายออก ต้นทุนการผลิตของผู้ที่ผลิต ช่วงนี้ อาจจะแค่ต้วละ 5-6 บาท ถึงแม้ว่าราคาตลาดจะยังคงอยู่ที่ต้วละ 7 บาท กิยังท่ากำไรไต้

 

0 Comments